Categories
ข่าวบอล

ไรซ์ รับ แฮปปี้กับ เวสต์แฮม แม้เป็นข่าวกับ เชลซี

นักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้ เป็นหนึ่งในนักเตะที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนกลายเป็นนักเตะที่ได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในปัจจุบัน

เดแคลน ไรซ์ นั้นออกมายอมรับว่า ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องการย้ายไปอยู่กับ เชลซี เพราะตอนนี้ กำลังแฮปปี้กับชีวิตที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเขาต้องการที่จะพัฒนาตัวเอง และเป็นอย่าง แพททริค วิเอร่า หรือ ยาย่า ตูเร่ ให้ได้ กองกลางวัย 21 ปี รายนี้ เป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของสโมสรเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เขากำลังตกเป็นข่าวกับ เชลซี ในปัจจุบัน

“ผมอยู่กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มาตั้งแต่อายุ 14 ปี และต้องมาอยู่ไกลกับครอบครัวตั้งแต่เด็ก ผมเป็นคนที่รักครอบครัวนะ ผมรักพ่อกับแม่ของผม ผมชอบที่จะอยู่บ้านกับพวกเขา ดังนั้นการย้ายออกจากบ้านตอนอายุ 14 ปี เพื่อไปเล่นฟุตบอลกับคนอื่นที่ผมไม่รู้จัก มันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย แต่มันก็ทำให้ผมมีทุกวันนี้” ไรซ์ กล่าว

“ผมต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็รักชีวิตที่นี่มากๆเช่นกัน ผมมีความสุขมากๆ และผมไม่เคยคิดเรื่องอื่นเลย นอกจากพัฒนาตัวเอง และเล่นให้เหมือนกับ ตูเร่ หรือ วิเอร่า ให้ได้”

Categories
ข่าวบอล

งานหนักสำหรับ เป๊ป สร้างแรงกระตุ้นเรือใบจนเกมเจอราชัน

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มีงานใหญ่ที่รออยู่สำหรับการคุม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการสร้างแรงกระตุ้นในการลงเล่นของทีม เมื่อการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 จบลง และเป็นช่วงเวลาที่รอคอยในการแข่งขันยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่จะได้พบกับ เรอัล มาดริด ในเลกสอง ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม

แชมเปี้ยนส์ลีก คือรายการสุดท้ายของแมนฯ ซิตี้ ที่มีลุ้นแชมป์ในเวลานี้ หลังทีมเพิ่งจะตกรอบเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ เมื่อแพ้ให้กับอาร์เซน่อลไปด้วยสกอร์ 2-0 โดยทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ ไปได้สำเร็จแล้ว 1 รายการ

กวาร์ดิโอล่าถูกวิจารณ์ถึงฟอร์มการเล่นในช่วง 45 นาทีแรกในเกมที่เจอกับทีมของมิเกล อาร์เตต้า และกลายเป็นปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง ที่ทำคนเดียว 2 ประตูในเกมนี้ และช่วยให้เดอะ กันเนอร์ส เข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ โดยแมนฯ ซิตี้ จะบุกไปเยือนวัตฟอร์ด และเปิดบ้านรับการมาเยือนของนอริช ซิตี้ ใน 2 เกมสุดท้ายของพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้

เกมสุดท้ายของลีกอังกฤษจะแข่งขันกันในวันที่ 26 กรกฎาคม โดยเกมที่ทีมของกวาร์ดิโอล่าจะได้เจอกับเรอัล มาดริด จะเกิดขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม โดยทีมจะไม่มีเกมการแข่งขันในช่วงเวลาดังกล่าว 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะเล่นเกมเลกสอง หลังจากเลกแรกบุกไปเอาชนะมาได้ 2-1 ถึงซานติอาโก้ เบร์นาบิว

แต่อย่างไรก็ตาม ทีมของซีเนดีน ซีดาน ก็ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องดังกล่าวเหมือนกัน เมื่อทีมลงเล่นเกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้ไปแล้ว โดยบุกไปเสมอกับเลกาเนส 2-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ทีมก็คว้าแชมป์ลาลีกา สมัยที่ 34 ไปได้สำเร็จ

กวาร์ดิโอล่าถูกถามว่าทีมจะจบในอันดับที่ 2 ของตารางคะแนน หลังจากเกมที่พบกับวัตฟอร์ด หรือไม่ โดยนายใหญ่ชาวคาตาลันตอบว่า “ไม่ ไม่ พวกเรายังมีเกมการแข่งขันอีก 2 วัน หลังเกมกับวัตฟอร์ด แต่หลังจากนั้น พวกเราจะต้องซ้อมกันตลอด 2 สัปดาห์ มันยังมีอีก 2 เกม พวกเราต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เมื่อทีมลงเล่นรอบรองชนะเลิศที่ผ่านมา พวกเราต้องการลงเล่นอีก 2 เกมถัดไป ผมจะพยายามให้พวกเขาได้เล่น พวกเราจะได้เห็นกันกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

“ในฐานะผู้จัดการทีม เมื่อคุณมีความได้เปรียบในช่วงเวลาเดียวกัน หลังจากคุณชนะมาได้มากมาย คุณต้องเจอกับสถานการณ์ที่ยากลำบากในการจัดการ แต่ผมก็ตื่นเต้นมากกับช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า พวกเรายังมีเวลาในการเตรียมเกมที่พบกับมาดริด และมันจะเป็นฤดูกาลที่น่าสนใจ ผมต้องไม่เสียเรื่องนั้น ผมต้องการชัยชนะและความพ่ายแพ้มันจะกลายเป็นปัญหาแน่นอน”

Categories
ข่าวบอล

ผลงาน 8 อันดับนักเตะที่สวมเบอร์ 7 ให้กับปีศาจแดงยุคพรีเมียร์ลีก

เสื้อเบอร์ 7 ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์หรือนักเตะไอดอลที่โด่งดังของฟุตบอลอังกฤษเลยก็ว่าได้ เมื่อนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรมักจะได้สวมใส่เบอร์ดังกล่าว โดยนับตั้งแต่ยุคพรีเมียร์ลีกเป็นต้นมา มีนักเตะเพียง 8 คนเท่านั้นที่ได้สวมใส่เบอร์ดังกล่าว โดยมีทั้งประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ และบทความนี้จะเริ่มต้นเรียงตั้งแต่นักเตะที่แย่ที่สุดไปจนดีที่สุด

อันดับที่ 8 อเล็กซิส ซานเชซ

แทบจะไม่ต้องพูดอะไรมาก หากมองถึงผลงานของดาวเตะชาวชิลีที่ทำผลงานให้กับทีม หลังย้ายจากอาร์เซน่อล มาร่วมทีมในเดือนมกราคม ปี 2018 รวมถึงการได้รับค่าเหนื่อยกับสโมสรถึง 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ซานเชซกลับทำได้เพียง 5 ประตูเท่านั้น จากการลงสนาม 45 เกมรวมทุกรายการ ก่อนที่จะถูกปล่อยออกไปให้อินเตอร์ มิลาน ยืมตัวในฤดูกาลนี้ และคาดว่าจะถูกปล่อยตัวออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์ ถ้ามีทีมยอมจ่ายค่าตัวและค่าเหนื่อย

อันดับที่ 7 เมมฟิส เดปาย

เดปาย ย้ายจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น พร้อมกับความคาดหวังที่มากมายในปี 2015 เมื่อทีมโหยหาความสำเร็จ หลังจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน วางมือในปี 2013 และต้องเจอกับความผิดหวังของเดวิด มอยส์ แต่ปีกชาวดัตช์กลับสร้างความวูบวาบได้เพียงแค่ช่วงแรก ก่อนที่จะค่อยๆ ดรอปลงมา และสุดท้ายก็ทำได้เพียง 2 ประตู จากการลงสนามในพรีเมียร์ลีก ก่อนถูกปล่อยออกไปให้โอลิมปิก ลียง ในเดือนมกราคมปี 2017

อันดับที่ 6 อังเคล ดิ มาเรีย

ดิ มาเรีย ทำผลงานกับแมนฯ ยูไนเต็ด ออกมาได้อย่างน่าประทับใจสมกับความคาดหวัง โดยเฉพาะประตูที่ทำใส่เลสเตอร์ ซิตี้ แต่นักเตะกลับมีปัญหากับหลุยส์ ฟาน กัล กุนซือของทีมในเวลานั้น ก่อนที่จะถูกขายออกไปให้ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในปี 2015 ด้วยค่าตัว 44.3 ล้านปอนด์

อันดับที่ 5 อันโตนิโอ วาเลนเซีย

วาเลนเซีย ทำผลงานให้กับทีมของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้อย่างโดดเด่นกับตำแหน่งปีกขวา ในฤดูกาล 2011-12 จนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร และก็ได้มาสวมเสื้อหมายเลข 7 ให้กับทีมในฤดูกาลถัดมา แต่ด้วยความกดดันในการสวมเบอร์ดังกล่าว ทำให้วาเลนเซียทำได้เพียง 1 ประตู จากการลงสนาม 30 เกมในพรีเมียร์ลีก และก็เลือกเปลี่ยนกลับมาเป็นเบอร์ 25 ในฤดูดาลถัดมา

อันดับที่ 4 ไมเคิ่ล โอเว่น

การย้ายทีมของโอเว่น กลายเป็นเรื่องช็อกโลกสำหรับแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล พร้อมกับการสวมเสื้อเบอร์ 7 แม้เบบี้ โกล จะลงสนามเป็นตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ทำได้ถึง 17 ประตู จากการลงสนาม 52 เกมรวมทุกรายการ เมื่อต้องแข่งขันกับเวย์น รูนี่ย์ และดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ในการลงสนาม แต่ประตูที่น่าจดจำก็คือ เกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ที่เป็นคนยิงประตูชัยช่วยให้ทีมชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยสกอร์ 4-3 ในปี 2009

อันดับที่ 3 เดวิด เบ็คแฮม

เบ็คแฮม เป็นหนึ่งในนักเตะกลุ่มคลาส ออฟ 92 และเหมือนกับเป็นจุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก โดยสวมเสื้อเบอร์ 7 ตั้งแต่ปี 1997 มีส่วนกับชุดประวัติศาสตร์ในการคว้าเทรเปิ้ลส์แชมป์ ในฤดูกาล 1999 ก่อนที่จะย้ายไปยังเรอัล มาดริด ในปี 2003

อันดับที่ 2 เอริค คันโตน่า

ในปี 1993 คันโตน่า กลายเป็นนักเตะคนแรกที่สวมใส่เบอร์ 7 ให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด อย่างเป็นทางการ หลังเปลี่ยนชื่อดิวิชั่น 1 มาเป็นพรีเมียร์ลีก และอดีตนักเตะชาวฝรั่งเศสก็เป็นอีกหนึ่งคนสำคัญในการผลักดันทีมช่วยให้สโมสรคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และเอฟเอ คัพ 2 สมัย ก่อนที่จะช็อกโลกด้วยการประกาศแขวนสตั๊ดในปี 1997 ทิ้งสถิติการลงสนาม 185 เกมรวมทุกรายการให้กับทีม ทำได้ 82 ประตู นับเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสร

อันดับที่ 1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โรนัลโด้ เป็นผู้สืบทอดเบอร์ 7 ต่อจากเดวิด เบ็คแฮม ในปี 2003 และดาวเตะชาวโปรตุเกสก็พัฒนาการเล่นขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก และช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย กับยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ในช่วงเวลา 6 ปีกับสโมสร ก่อนที่จะย้ายไปยังเรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวสถิติโลก 80 ล้านปอนด์ ในปี 2009

Categories
ข่าวบอล

นัดชิงเอฟเอ คัพ ปี 2006 เป็นเหมือนอีกเกมที่อิสตันบูล สำหรับ ซิสเซ่

ฌิบริล ซิสเซ่ อดีตกองหน้าชาวฝรั่งเศส กล่าวว่า การคัมแบ็คกลับมาของ ลิเวอร์พูล ในเกมที่เอาชนะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ปี 2006 ด้วยการดวลจุดโทษ เปรียบเหมือนกับอีกเกมที่อิสตันบูล ที่เจอกับเอซี มิลาน มาก่อนหน้านั้น

ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายถูกนำก่อน 2-0 และ 3-2 ในเกมดังกล่าว แต่เป็นการทำประตูของซิสเซ่ และ 2 ประตูของสตีเว่น เจอร์ราร์ด โดยเฉพาะลูกยิงไกลของอดีตกัปตันทีมในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ซิสเซ่ลงสนามเป็นตัวสำรองเมื่อตอนที่ทีมกับภายใต้การคุมทีมของราฟาเอล เบนิเตซถูกเอซี มิลาน ขึ้นนำ 3-0 ในช่วงครึ่งแรก กับนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่อิสตันบูลในปี 2005 ก่อนที่ทีมจะกลับมาตีเสมอด้วยสกอร์ 3-3 ในเวลาปกติ และไม่มีทีมไหนทำประตูเพิ่มได้ในช่วงต่อเวลาพิเศษ และต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ และเป็นลิเวอร์พูลที่เอาชนะ และคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ

ซิสเซ่ กล่าวว่า “พวกเราโดนนำก่อน 1-0 และ 2-0 เจมี่ คาร์ราเกอร์ทำเข้าประตูตัวเอง ผมจำได้ดี! แต่พวกเรากลับมาได้ ผมทำประตูได้ และพวกเราก็มาโดนนำอีก 3-2 มันเป็นสตีวี่ที่สร้างสิ่งพิเศษออกมาอีกครั้ง และพวกเราก็เอาชนะได้ด้วยการดวลจุดโทษ”

“มันเป็นอีกเกมที่เหมือนกับอิสตันบูล มันอาจจะเป็นระดับการเล่นที่ต่ำกว่า แต่มันก็เป็นอะไรที่บ้ามาก เมื่อผมได้เห็นบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ผมได้เห็นเจอร์ราร์ด กับตำแหน่งที่เขาอยู่ในตอนนั้น และความปรารถนาในจังหวะดังกล่าว มันเป็นประตูที่เป็นไปได้ยากมากๆ และถ้ามันตรงกรอบ แน่นอนว่า มันก็เป็นอย่างที่เห็น”

“ทันทีที่ผมได้ยินเสียงลูกบอล มันคิดเลยว่า มันเป็นปัญหาของผู้รักษาประตูแน่ และมันก็เข้าไป ผมคิดว่า เขาอาจจะเป็นนักเตะคนเดียวในสนามที่สามารถทำแบบนั้นได้”

นัดชิงชนะเลิศกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด กลายเป็นเกมสุดท้ายของซิสเซ่กับลิเวอร์พูล หลังจากตัวเขาไปเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศสและขาหักในนัดชิงชนะเลิศ จากตอนวอร์ม ก่อนที่จะย้ายไปยังโอลิมปิก มาร์กเซย

ซิสเซ่ กล่าวว่า “ตอนนั้นผมไม่รู้อะไรเลย พวกเรามีความสุขมากๆ ในตอนนั้น พวกเราฉลองแชมป์กัน และผมได้ไปเล่นให้กับทีมชาติ และผมก็ขาหัก ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย กับแผนที่จะไปฟุตบอลโลก แต่มันไม่ได้เป็นสาเหตุในการย้ายทีมของผม ผมคิดว่า มันถึงเวลาของผม หลังจากเฟร์นานโด ตอร์เรสย้ายมา ถ้าผมได้ไปฟุตบอลโลก และเล่นได้ดี ผมอาจจะไม่ถูกขาย แต่นั่นแหละคือฟุตบอล”

Categories
สาระฟุตบอล

5 นักเตะสืบเชื้อสายเลือด รุ่นสู่รุ่น

หากจะกล่าวถึงการสืบสายเลือด ทุกคนอาจจะหมายถึง หน้าตา รูปร่าง และความสามารถ เป็นต้น ซึ่งความสามารถเป็นส่วนหนึ่ง ของการสืบทอดสายเลือดอย่างแท้จริง นั้นก็รวมไปถึง วงการฟุตบอลด้วย เราอาจจะรู้กันดีกัอยู่แล้ว ว่าอิทธิพลความชอบของคนในครอบครัว ส่งผลโดยตรงต่อคนรุ่นหลังอย่างมาก วันนี้เราจะพาไปดู 5 นักเตะที่ได้รับอิทธิพล และมีความสามารถในวงการฟุตบอลทั้งในประเทศ และนอกประเทศอีกด้วย

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ไพโรจน์ พ่วงจันทร์

คนในอดีตจะทราบกันดีถ้าหากเอ่ยชื่อ ” ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ ” ซึ่งอดีตทำหน้าที่เป็นกองหลังให้กับทีมชาติไทยในปี 1992 รายการเอเซียนคัพ อีกทั้งยังเป็ฯนักเตะให้กับสโมสร แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด หรือทหารอากาศอีกด้วย ถึงแม้จะออกจากวงการฟุจบอลมาแล้ว ก็ยังมีคลื่นลูกใหม่ที่สืบสายเลือดโดยตรงอย่าง ” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ” เข้ามาเป็นกองกำลังสำคัญในวงการฟุตบอลไทย ด้วยลีลาการเล่นของพ่อที่ส่งผลให้กับลุกนั้น ทำให้ฐิติพันธ์ ติดอันดับนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุด ในประเทศไทย ด้วยวิธีการเล่น และการวางแผน ที่หาจากผู้ใดไม่ได้ ทำให้เขาถูกยืมตัวไปเล่นให้ทีมอื่นอยู่บ่อยครั้ง เหตุนี้เองหลายหน่วยจึงอดคิดไม่ได้ว่านี้ เป็นสิ่งที่สืบทอดสายเลือดกันโดยตรง ถึงแม้ว่าจะเป็นสายเลือดที่สืบกันมาก็จริง แต่ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ทั้งแรงกดดัน จากรอบข้าง ทำให้เขาต้องพัฒนา รวมไปถึงการฝึกซ้อมอันหนักหน่วงอยู่ประจำ

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ มาร์ค แชมเบอร์เลน

ในยุค 80 ” มาร์ค แชมเบอร์เลน ” ผู้เป็นพ่อได้เป็นนักเตะชื่อดังของทีมชาติอังกฤษ ในช่วงเวลานั้นมาก่อน และพี่ชายของพ่อหรือจะเรียกว่าลุง อย่าง เนวิลล์ ก็เคยเป็นนักเตะให้กับทีมดังๆอย่าง สโต๊ค ซิตี้ และ พอร์ทเวล ก่อนที่จะเปลี่ยนตัวไปเป็นผู้จัดการทีมให้หลายสโมสร อิทธิพลในวงการฟุตบอล ก็ส่งผลให้ ” อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด ” ผู้เป็นลูกหลงใหลและชื่นชอบตามกันไปด้วย อีกทั้งยังสามารถทำหน้าที่เป็นนักฟุตบอลที่ดีอีก ซึ่งดูได้จากการเป็นแก่นนำหลักให้กับทีมปืนใหญ่ อาเซนอล ปัจจุบันได้ย้ายทีมาเล่นให้สโมสร ลิเวอร์พูล ให้ค่าตัวราวๆ 1600 ล้านบาท ถือได้ว่าตระกูล แชมเบอร์เลน เป็นสายเลือดนักเตะอย่างแท้จริง

แคสเปอร์ ชไมเคิล และ พีเตอร์ ชไมเคิล

ในปี 1992-1993 ไม่มีใครไม่รู้จักผู้รักษาประตูที่แหนียวเหนียวแน่นอย่าง ” พีเตอร์ ชไมเคิล ” ในการรักษาประตูให้กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง สโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสรเลยก็ว่าได้สำหรับคน ๆนี้ โดยผลงานที่เป็นที่น่าประทับใจที่สุดคือ การเป็นกองกำลังสำคัญในฟุตบอลยูโร 1999 ถึงแม้ว่าจะอ่ำลาวงการไปนานแล้ว เขายังสืบทอดเจตนารมณ์ต่อผ่านลูกชาย ” แคสเปอร์ ชไมเคิล ” ที่รับช่วงต่อจากผู้เป็นพ่อ ในตำแหน่งผู้รักษาประตูอีกคนหนึ่ง ด้วยหน้าตา และความสามารถ ในการเล่นเหมือนกับพ่ออย่างกับแกะ ทำให้แฟนบอลต่างชื่นชอบ ว่าเป็นผู้สืบทอดตำนานจริง ผลบอลสด จากฝั่งคู่แข่ง แทบไม่มีประตูเกิดขึ้นบ่อยให้เห็น จากฝีมือควาหนึบของเจ้าตัว ถึงแม้ว่าผู้เล่นลูกจะเป็นผู้รักษาประตูให้ทีมอย่าง เลสเตอร์ซิตี้ ก็ตาม

เอ็นโซ่ ซีดาน

เอ็นโซ่ ซีดาน และ ซีเนดีน ซีดาน นามสกุล ซีดาน

ก็ถือเป็นนามสกุลหนึ่งที่โด่งดังในวงการฟุตบอล เริ่มจาก ” ซีเนดีน ซีดาน ” ผู้เป็นพ่อ ถือได้ว่าเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ที่หลายสโมสรต้องการ ให้เข้าร่วมทีม ด้วยความสามารถในการรุก อย่างหนักแน่นอน และไม่เหมือนใคร ทำให้เป็นนักเตะที่น่ากลัวคนหนึ่งในวงการ ของช่วงเวลานั้น ซึ่งภายหลังจากการลาวงการ ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ลูกชายคนโตอย่าง ” เอ็นโซ่ ซีดาน ” ก็ไม่รอช้าในการฝึกฝน และพัฒนาตัวเองให้เหมือนพ่อ จนอายุได้ 20 ปี เขาได้เป็นตัวสำรองให้กับทีม เรอัล มาดริด แต่ด้วยพรสวรร์ที่มี ภายหลังได้เป็นกัปตันทีม และพ่อก็ได้เป็นที่ปรึกษาในกับทีมในช่วงเวลานั้นด้วย

แฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ และ แฟรงก์ ริชาร์ด จอร์จ แลมพาร์ด

ในปี 1967 นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษของสโมสร แวสแฮม ยูไนเต็ด ที่สร้างผลงานไว้มากมายอย่าง ” แฟรงก์ ริชาร์ด จอร์จ แลมพาร์ด ” เล่นเป็ฯตำแหน่งปีกซ้าย ในขณะนั้น ผลงานที่ให้ที่สุดของเขาคงจะเป็น การคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ในปี 1981 หลังจากหมดสัญญากับ แวสแฮม ยูไนเต็ด เขาก็ถูกยกย่องให้เป็นนักเตะในตำนานของวงการฟุตบอลเลยทีเดียว หลงัจากนั้นลูกไม้ก็ได้เริ่มก่อตัวชื่อว่า ” แฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ ” ผู้เล่นลูกได้สืบทอดต่อจากพ่อ ในฐานะนักเตะทีมชาติอังกฤษของ สโมสรเชลซี ในปัจจุบัน

Categories
ข่าวบอล

ชิรูด์ เตรียมเผ่นหนี เชลซี หลังจบฤดูกาลนี้

โอลิเวียร์ ชิรูด์ กองหน้าดีกรีแชมป์ฟุตบอลโลก 2018 ของเชลซี เตรียมทำใจเก็บกระเป๋าย้ายของออกจากถิ่นสแตมป์ ฟอร์ด บริดส์ เป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจะไม่มีการต่อสัญญาฉบับใหม่กับทีมออกไป โดยมีทีมที่แสดงความสนใจกับหัวหอกจอมเก๋ารายนี้รอคว้าตัวไปร่วททัพอยู่แล้วอยู่ 2 ทีม หลักๆไม่ว่าจะเป็น ท็อตแนม ฮอต สเปอร์ส คู่แข่งในศึกพรีเมียร์ลีก หรือแม้กระทั้ง อินเตอร์ มิลาน ยักใหญ่จอมเซ้งนักเตะพรีเมียร์ลีก จากศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี

มีรายงานว่า ชิรูด์ ที่ตกที่นั่งลำบากหลังจากไม่มีตำแหน่งตัวจริงในแนวรุกของเชลซี กำลังจะออกจากถิ่น Stamford Bridge หลังเจ้าตัวเหลือสัญญาเพียงแค่สิ้นสุดในฤดูกาลนี้เท่านั้น ทำให้เขาสามารถย้ายสโมสรแบบไม่มีค่าตัวได้ทันที และเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาในตลาดนักเตะรอบสองเปิดขึ้นนั้น กองหน้าวัย 33 ปี รายนี้ตกเป็นข่าวกับ อินเตอร์ มิลาน อยู่เช่นกันแต่ไม่ได้มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เพราะทางเชลซี นั้นหาตัวแทนของเขาไม่ได้ ดิลนี้เลยไม่ได้เกิดขึ้นมา

ตามไทม์ไลค์ตอนนี้ของ ชิรูด์  ตอนนี้ที่รับบทเป็นผู้เล่นกองหน้าในตัวเลือกอันที่ 4 ได้ใช้เวลาพิจารณาตัดสินใจว่าจะย้ายไปร่วมทัพทีมไหนดีหลังหมดสัญญาอีกภายใน 6 เดือนนี้ ไม่ว่าจะย้ายไปร่วมทัพ สเปอร์ส คู่อริแห่งกรุงลอนดอน แม้กระทั้งการโยกไปหาความท้าทายยัง อิตาลี กับ อินเตอร์ มิลาน ที่มี อันโตนิโอ คอนเต้ อดีตเจ้านายเก่าเมื่อครั้งทำงานร่วมกันที่เชลซี คุมทัพอยู่ในตอนนี้ หรือ ลาซิโอ ที่มีท่าทีสนใจในตัวเขาเช่นกัน

กองหน้าทีมชาติฝรั่งเศส ในวัย 33 ปี โด่งดังมาจากทีมมงต์เปล์ลิเยร์ ในลีกเอิงฝรั่งเศส ก่อนที่จะถูก อาร์เซนอล ในยุคของ อาร์เซน เวงเกอร์ ดึงตัวมาร่วมทัพในปี 2012 และได้ย้ายมาร่วมทัพ เชลซี ด้วยค่าตัว 17 ล้านยูโร่ จากสโมสรอาร์เซนอล ในช่วงเดือนมกราคม 2018 ลงสนามในสีเสื้อเชลซีไปทุกรายการ 70 นัด ทำประตูได้ 19 ประตู และทำแอสซิสต์ได้ถึง 13 ครั้งเลยทีเดียว

Categories
ข่าวบอล

มูรินโญ่ ออกมาตำนิ คอนเต้ ถึงประเด็นการย้ายทีมของ อิริคเซ่น

โจเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมท็อตแนม ฮอต สเปอร์ ออกอาการหัวเสียอย่างมาก หลัง อันโตนิโอ คอนเต ที่แอบพูดคุยกับทาง คริสเตียน อิริคเซ่น เรื่องการย้ายทีม 
จอมทัพชาวเดนมาร์กจะหมดสัญญาในช่วงฤดูร้อนพร้อมกับมีรายงานว่าเขากำลังจะย้ายไปสโมสรกัลโช่กับอินเตอร์ มิลาน ในเร็วๆนี้ 
“ ผมคิดว่าอันโตนิโอเขาพูดต่อสาธารณชน [เกี่ยวกับ Eriksen]” มูรินโญ่กล่าว
“ ผมคิดว่าโค้ชทุกคนควรประพฤติตนในลักษณะเดียวกันกับที่เกี่ยวข้องกับย้ายทีม ผมคิดว่าเราจะไม่ออกความคิดเห็นหรือแสดงท่าทีอะไรจนกว่ามันจะชัดเจนและเป็นทางการ”
บอสสเปอร์ส กล่าวเสริมอีกว่า“ ดังนั้นเมื่อคุณถามผใเกี่ยวกับผู้เล่น A, B หรือ C  เมื่อผมถูกถามเกี่ยวกับผู้เล่นสามคนผมจะพูดเกี่ยวกับผู้เล่นสามคนที่ไม่ใช่ผู้เล่นของผมได้อย่างไร?
"ผมคิดว่าเราไม่ควรพูดถึงผู้เล่นจากสโมสรอื่นจนกว่าพวกเขาจะกลายเป็นผู้เล่นของเรา"
ประเด็นนี้เกิดขึ้นมาจาก สื่ออิตาลีไปสัมภาษณ์คอนเต้ เกี่ยวกับ เรื่องการ ย้ายทีมจของ อิริคเซ่น และเป็นคอนเต้มี่ตอบกับสื่อว่า “เราต้องไปหาคนที่มีอาชีพอยู่แล้วซึ่งตอนนี้สัญญาสิ้นสุดลงแล้ว เรากำลังดำเนินการคว้าตัวเขาอยู่ในตอนนี้"
Categories
สาระฟุตบอล

5 นักเตะ ที่แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด ยังจดจำมาตลอดกาล

เป็นขวัญใจที่ไม่มีลืมเลือน แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นสโมสรที่ดังที่สุดในโลกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็มากล้นที่ไม่มีทีมไหน จะเทียบได้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ปั้นนักเตะจาก “ดินสู่ดาว “ มามากมายหลายคนแล้ว และเป็นที่รักของแฟนบอลมาตลอด นักเตะตำนานและนักเตะปัจจุบัน สร้างความสำเร็จไว้มากมาย ฝากการเล่นสุดเทพ ให้แฟนบอลได้ตราตรึงไว้ในจิตใจ 5 นักเตะ ที่เราจะเสนอ คือนักเตะยอดเยี่ยม แฟนบอลไม่มีวันลืมพวกเขา และ จำได้ตลอดกาลที่เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ในยุค 1991 – 1999 

ผู้รักษาประตูอันเป็นที่รักของ แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด เขาได้ร่วมสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ไว้มากมาย ได้แก่ พรีเมียร์ลีก 5 สมัย , เอฟเอ คัพ 3 สมัย , ลีก คัพ 1 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย , ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ถือได้ว่าเป็นหนึ่งนักเตะตำนานที่ทำผลงาน ความสำเร็จได้เยอะแยะมากมายเลยทีเดียว และ เขาได้ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 292 นัด 8 ซีซั่น และยังเป็นกัปตันทีมในปีสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ด

รอย คีน ในยุค 1993 – 2005 

ตำนานด้วยรุก อย่าง รอย คีน ที่โชว์ลีลายอดเยี่ยมไว้ให้แฟนบอลจดจำ รอย คีน ลงสนามเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 480 นัด และเป็นกัปตันทีมมา 8 ปีติดต่อกันก่อนจะเป็นตำนาน ผลงานของ รอย คีน คือ พรีเมียร์ลีก 7 สมัย , เอฟเอ คัพ 4 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย นี่ก็คือผลงานทั้งหมดของชายที่ชื่อว่า รอย คีน

เดวิด เบ็คแฮม ในยุค 1992 – 2003

เดวิด เบ็คแฮม ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ฉายาของเขาคือ “ เจ้าพ่อเทพบุตรลูกหนัง “ ที่แฟนบอลต่าง หลงไหลในเสน่ห์ลีลาการเล่นของเขา ผลบอลย้อนหลัง ของ เดวิด เบ็คแฮม คือ พรีเมียร์ลีก 6 สมัย , เอฟเอ คัพ 2 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แน่นอนว่า เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นบุคคลคนที่โด่งดังของโลกอีกคนในตอนนี้ เรียกได้ว่าเป็นนักเตะที่ Hot ตลอดกาล

ไรอัน กิ๊กส์ ในยุค 1990 – 2014

เป็นนักเตะตำนานสายรุก ล่าความสำเร็จอีกคนหนึ่งก็ว่าได้ ไรอัน กิ๊กส์ ยุคนั้นบอกเลยลีลาสุดเทพ ของเขาทำให้แฟนบอลประทับเป็นอย่างมาก ผลงานของเขาที่ร่วมสู้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ พรีเมียร์ลีก 13 สมัย , เอฟเอ คัพ 4 สมัย , ลีก คัพ 3 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย , ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย , ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย เรียกได้ว่าเป็นนักเตะตำนานที่มีความสำเร็จมากทีาสุดในระดับหนึ่ง 

เวย์น รูนี่ย์ ในยุค 2004 – 2017

เวย์น รูนีย์ นักเตะอีกหนึ่งที่สร้างประวัติศาสตร์ไว้มากมาย เขาได้ร่วมสร้างความสำเร็จกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เวย์ รูนี่ย์ ทำสถิติแซงตำนานดาวยิงอย่าง เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน โดยสังหารทำประตูไป 253 ประตู กลายเป็นดาวซุปโวของแมนฯ ยูไนเต็ดตลอดกาล

Categories
ข่าวบอล

เดอ ยอง ยกลาลีกา เหนือกว่า พรีเมียร์ลีก นิดๆ

เฟรงกี เดอ ยอง กองกลางดาวรุ่งค่าตัวแพงของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า ลาลีกา สเปน ยังเป็นลีกที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกสำหรับตัวเขา แม้ว่าผลงานจากทีมในพรีเมียร์ลีก จะดูพัฒนาอย่างมากในช่วง 3 4 ปีหลังมานี้ ก็ตาม

“เมื่อก่อนผมเคยคิดว่า ลาลีกา คือลีกที่แข็งแกร่งสุดในโลก คุณสามารถเห็นได้จากผลงานที่พวกเขาครองความยิ่งใหญ่ในถ้วยยุโรป สามารถคว้าแชมป์ถ้วยยุโรป ทั้งแชมเปียนส์ ลีก และยูโรปา ลีก อยู่เป็นประจำ แต่พรีเมียร์ลีก นั้นแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ถ้านับเฉพาะความสามารถส่วนตัวแบบเพียวๆ ลาลีกา ยังคงดีกว่า แต่เพราะเสียงเชียร์ที่เข้มข้นมากกว่าในอังกฤษ ทำให้ระดับของพวกเขานั้นเหนือกว่าเล็กน้อยในเวลานี้”

สำหรับ  เฟรงกี เดอ ยอง กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ วัย 22 ปี ย้ายจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม มาค้าแข้งยังเวทีลาลีกา สเปน กับ บาร์เซโลน่า เป็นฤดูกาลแรก เมื่อต้นฤดูกาลที่ผ่านมา

Categories
ข่าวบอล

ฟานไดจ์ ลั่น เฮนโด คือคนที่ทีมต้องมี

ก็เหมือนจะออกมาอวยกันเองอีกแล้ว สำหรับนักเตะของสโมสรลิเวอร์พูลล่าสุด เวอร์จิล ฟานไดจ์ ได้ออกมากล่าวหลังเกมที่พวกเขาเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในรายการ UEFA champions league ได้ว่า กัปตันของทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นคนที่สำคัญ และยังมีความหมายกับลิเวอร์พูล รวมถึงกับเพื่อนร่วมทีมทุกคน

แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวจะโดนวิจารณ์ ในเรื่องของฟอร์มการเล่นอย่างหนัก แต่ด้วยสปิริตของเขาทำให้พวกเราพร้อมที่จะร่วมใจเป็นหนึ่งเดียว เพื่อทำผลงานให้ดีที่สุด แม้ว่าในบางเกมบทบาทของเขาจะไม่โดดเด่นแต่เขาก็เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้รูปเกมของเราลื่นไหลขึ้น

และเขาเป็นกัปตันทีมที่ดี คอยดูแลเพื่อนร่วมทีมทุกคน อีกทั้งทัศนคติในเกมก็เหมาะสมกับการเป็นกัปตันทีมเขาทำหน้าที่ของเขาได้ดีที่สุด และเขายังช่วยให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ นี่คือสิ่งที่เขาเหมาะสมกับการเป็นกัปตันทีม ซึ่งเราจะขาดเขาไม่ได้