Categories
สาระฟุตบอล

อาร์เจนตินา ไม่เคยขาดนักเตะฝีเท้าดี

ลิโอเนล เมสซี่

ทำไมเราถึงกล้าที่จะใส่ตัวของ ลิโอเนล เมสซี่ ให้ติดเข้ามาในลิสต์ด้วย อันที่จริงนั้น เมสซี่บทจะเป็นหน้าต่ำก็ไม่ใช่ จะเป็นหน้าเป้าก็ไม่เชิง ปีกจ๋าเลยก็ไม่ใช่ กองกลางตัวรุกก็ไม่น่าจะเป็น แต่เจ้าตัวนั้นแทบจะวนเวียนไปอยู่ตรงส่วนไหนของสนามก็ได้ในฐานะของตัว “ฟรี” ในแนวรุกมากกว่า
ขนาดว่าเล่นเป็นตัวฟรี แต่ยังยิงประตูได้มากกว่าพวกกองหน้าอาชีพทั่วๆไปเสียอีก มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าตัวได้รับบทบาทให้เป็น “ตัวเป้าหลอก” หรือในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ที่เล่นอยู่ตรงกลาง เจ้าตัวจะสามารถเลี้ยงบอล จ่ายบอล ยิงประตูด้วยตัวเองได้ทั้งหมด

เราจะเรียกว่าเจ้าตัวเป็นกองหน้าตัวเป้าก็คงจะไม่ถึงขั้นนั้น แต่บทบาทหลายครั้งของเจ้าตัวมันอยู่ในพื้นที่แดนหน้าตรงกลางจริงๆราวกับเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า แต่เขาก็ยังถอยลงต่ำลงมาเชื่อมเกมด้วยตัวเอง แบบนี้จะเรียกว่าตัวฟรีแบบครบเครื่องก็ไม่ผิด แถมสถิติการยิงประตูก็ถล่มทลายจริงๆ ถ้าเราจะไม่ใส่จอมเทคนิคร่างเล็กรายนี้เข้าไปในลิสต์ด้วยก็คงจะดูใจร้ายเกินไปมากเช่นกัน !

เคลาดิโอ คานิกเกีย

จะเรียกว่าเป็นอีก 1 คู่รักของ ดิเอโก้ มาราโดนา ก็ไม่ผิดเพี้ยนเท่าไหร่เลยจริงๆ เพราะกองหน้าผมยาวรูปร่างหน้าตาดีรายนี้ มีจุดที่หลายคนจำกันได้ก็คือ เขาเป็นเพื่อนสนิทกับ มาราโดนา แถมเวลาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำประตูได้ จะต้องมีการจูบปากอย่างดูดดื่มราวกับรักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนเลยทีเดียว

คานิกเกีย เป็นกองหน้าที่มีความเร็ว เลี้ยงบอลติดเท้า มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ดี เรื่องการยิงประตูก็หวังผลได้เลย เขาชอบที่จะทำประตูแบบเหนือชั้นมากกว่าจะซัดตูมเต็มหลังเท้า จะเรียกว่าเป็นกองหน้าสายเทคนิคก็ไม่ผิดเพี้ยนนัก อย่างเช่นลูกที่เขารับบอลจากการจ่ายมาให้ของคู่หูอย่าง มาราโดนา หลุดเข้าไปยิงประตูชัยให้กับอาร์เจนตินาในเกมกับบราซิลเมื่อครั้งทำศึกฟุตบอลโลก 1990 คือภาพที่ติดตาแฟนบอลมากที่สุด

โรมาริโอ

โรมาริโอ ชื่อนี้การันตีทั้งความอินดี้ และจำนวนสกอร์ได้เลย เขาคือนักเตะที่มีความสามารถในการเล่นระดับที่ครบเครื่องมากในเรื่องการยิงประตู ขอแค่ว่าเขาได้บอลก็พอ เขาพร้อมจะสร้างความมหัศจรรย์ให้กับทุกคนได้เห็นอย่างแน่นอน เขามีเซนส์บอลในระดับที่เรียกว่าอัจฉริยะเป็นอย่างมาก การทำประตูของเขาเองก็เฉียบคมมากทั้งในเขตโทษและนอกเขตโทษ แต่ถึงกระนั้นแล้วตัวของ โยฮัน ครัฟฟ์ เคยนิยามตัวของ โรมาริโอ เอาไว้ว่า “อัจฉริยะในเขตโทษ”

ทีเด็ดของ โรมาริโอ ที่แฟนบอลจดจำได้เป็นอย่างดีเวลาที่เขาทำประตูได้ก็คือ เขาชอบยิงประตูด้วยสไตล์การยิงแบบจิ้มหัวเกือก หรือที่บ้านเราชอบเรียกว่าลูกฉีดยานั่นเอง เขาเป็นกองหน้ารูปร่างเล็ก แต่ก็คล่องแคล่ว เลี้ยงบอลเก่ง เทคนิคแพรวพราว เป็นตัวจ่ายบอลด้วยก็ได้ เล่นได้ทั้งกองหน้าตัวเป้าและหน้าต่ำ มีความสามารถในการเล่นที่ครบเครื่อง และสำคัญที่สุดคือ เขาเคยคว้าแชมป์โลกร่วมกับทีมชาติบราซิลมาแล้ว

เบเบโต้

ถ้าหากว่าเราพูดถึงตัวของ โรมาริโอ แล้วเราจะไม่พูดถึงนักเตะรายนี้ก็คงไม่ได้ เพราะนี่คืออีก 1 นักเตะที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมมากเช่นกัน เบเบโต้ คือกองหน้าที่มีเทคนิคการเล่นครบเครื่องอีกรายหนึ่ง โดยตามปกติแล้วนั้นตัวของ เบเบโต้ โปรดปรานในการเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำมากกว่า เพราะเขาชอบเลี้ยงบอล จ่ายบอลให้กองหน้าตัวเป้าเข้าทำ แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาโดนจับไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งเขาเองก็มีผลงานที่ดีอย่างมากเช่นกัน

ยามที่เขาเล่นร่วมกับ โรมาริโอ ในนามทีมชาติบราซิล พวกเขาจะเข้าขากันเป็นพิเศษเลยทีเดียว คนหนึ่งคอยปั้นบอลให้เพื่อน อีกคนคอยรับบอลแล้วซัด หรือชงกลับมาให้ยิง มันเลยทำให้ภาพที่ดาวเตะหมายเลข 7 กับ 11 ในแดนหน้าของบราซิล เล่นกันอย่างเข้าขาและทำประตูได้อย่างถล่มทลายนั้นเป็นภาพที่ชินตาแฟนบอลมาก

อาเดรียโน

“จักรพรรดิลูกหนัง” ว่ากันว่าถ้าหากหมดยุคของ โรนัลโด้ นาซาริโอ นักเตะที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ในการเป็นกองหน้าตัวปิดสกอร์ที่ดีที่สุดของบราซิลก็คือตัวของ อาเดรียโน กองหน้าเท้าซ้ายพิฆาตของสโมสร อินเตอร์ มิลาน ในช่วงเวลานั้นเขาคือกองหน้าที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
ดาวยิงรายนี้ มีเท้าซ้ายที่ยิงบอลได้แรง น่ากลัว ยิ่งถ้าหากว่า อินเตอร์ มิลาน ได้ฟรีคิกและคนยิงเป็นตัวของ อาเดรียโน คนที่เป็นกำแพงฝั่งตรงข้ามก็แทบจะไม่อยากไปยืนเป็นกำแพงเลยจริงๆ เพราะเจ้าตัวยิงได้หนักหน่วงมากในกรณีที่เขายิงไปติดกำแพง

แต่น่าเสียดายที่ตัวของเขา กลับแพ้พิษสุราเรื้อรัง และปัญหาชีวิตมากมายที่กระหน่ำเข้ามาหาเขา มันเลยทำให้ตัวของ อาเดรียโน ไม่สามารถรับมือกับมรสุมชีวิตได้ และจากนั้นมา ชีวิตของ อาเดรียโน ก็ค่อยๆดาวน์ลงจนทำให้แฟนบอลรู้สึกใจหายกับนักเตะที่ครั้งหนึ่งจะเป็นทายาทลูกหนังของ โรนัลโด้ แต่วันนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย

หลุยส์ ฟาเบียโน

นักเตะรายนี้มีความสามารถในการทำประตูที่ยอดเยี่ยม มีความครบเครื่อง เรียกว่าการจะเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีได้นั้น ต้องลองมองดูวิธีการเล่นของ ฟาเบียโน อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิลที่ซึ่งเคยระเบิดฟอร์มการเล่นให้กับทีม เซบีย่า ในลีกสเปนมาแล้ว

สิ่งที่ทำให้ตัวของ ฟาเบียโน ไม่เป็นที่จดจำของแฟนบอลเท่าไหร่ก็คือ ความเป็น “สตาร์” ในตัวของเขานั่นเอง ใช่ ฝีเท้าของฟาเบียโน นับได้เลยว่าเป็นกองหน้าชั้นยอด เป็นตัวทำประตูสไตล์หมายเลข 9 ที่เก่งมากคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่ว่าเขาไม่ค่อยจะเป็นที่ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์เท่าไหร่ ไม่ค่อยเป็นข่าวในสื่อเพราะเดิมทีไลฟ์สไตล์ของกองหน้ารายนี้ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยจะมีข่าว ใช้ชีวิตค่อนข้างเงียบ ไม่มีข่าวนอกสนามในทางที่แย่ๆ ก้มหน้าก้มตาทำประตูอย่างเดียวเท่านั้น ในฟุตบอลโลก 2010 เขาคือกองหน้าเบอร์ 9 ของทีมที่มีผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่บราซิลไปไกลแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ก่อจะตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเพราะฮอลแลนด์นั่นเอง

กาเรก้า

ตำนานสามประสาน “มาจิกา” อันโด่งดังของทีม นาโปลี มันมีตัวของ ดิเอโก้ มาราโดนา เป็นตัวทำเกม , ชิโร แฟร์เรรา เป็นแนวรับ และมีตัวของ กาเรก้า ดาวซัลโวทีมชาติบราซิลเป็นตัวทำประตู กาเรก้า เป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่มีความสามารถในการทำประตูที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เขาได้ลงแข่งขันในฟุตบอลโลก 1986 และ 1990 แต่มันก็ดันเป็นยุคสมัยที่ทีมชาติบราซิลไม่ประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติมากเท่าที่ควร เลยทำให้ กาเรก้า ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นักในหมู่แฟนบอลบราซิล แต่ถ้าหากว่าเป็นในระดับสโมสร โดยเฉพาะกับ นาโปลี เขาคือยอดกองหน้าขวัญใจแฟนบอลชาวเมืองเนเปิ้ลส์ไม่แพ้ตัวของ มาราโดนา เพื่อนของเขาเลยจริงๆ

ร็อบ เรนเซมบริงค์

ทำไมเราเลือกที่จะไม่พูดถึงตัวของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่เป็นกองหน้าตัวกลาง แต่กลับมาพูดถึงนักเตะรายนี้ เพราะด้วยเหตุผลก็คือ ครัฟฟ์ มีความเป็นเพลย์เมกเกอร์ในตัวด้วยนั่นเอง ดังนั้นแล้ว เราจึงอยากพูดถึงกองหน้าตัวปิดสกอร์รายนี้ที่มีความสามารถสูงอีกคนของวงการฟุตบอลดัตช์และรวมถึงกับทีมชาติฮอลแลนด์ด้วยอีกรายหนึ่ง นั่นก็คือตัวของ ร็อบ เรนเซมบริงค์ ตำนานกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ผู้ที่เด่นดังมากในช่วงฟุตบอลโลก 1974

เรนเซมบริงค์ เป็นนักเตะสายพลิ้วที่ชอบในการทางกาบซ้ายบ้าง หุบเข้าในมาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าบ้าง เขาเลี้ยงบอลได้พลิ้ว มีเท้าซ้ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างมากในการทำประตู แถมยังมีใบหน้าที่หล่อเหลา ผมยาวสลวยและบางครั้งนั้นก็เกือบจะมีหลายคนจับผิดกับ โยฮัน ครัฟฟ์ เลยทีเดียว เพราะทั้งคู่เล่นในยุคเดียวกัน เป็นตัวทีมชาติฮอลแลนด์ชุดทำศึกฟุตบอลโลก 1974 เหมือนกัน แถมยังเล่นเป็นกองหน้าเหมือนกัน รูปร่างหน้าตาและทรงผมก็ถอดพิมพ์เดียวกันมาเลย

ในสมัยค้าแข้งนั้น เรนเซมบริงค์ ถึงขั้นทะลุเข้าไปถึงการเป็น 3 อันดับสุดท้ายที่ลุ้นคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาแล้ว แถมเขายังเป็นตำนานกองหน้าของทีม อันเดอร์เลชต์ อีกด้วย ยิ่งในฟุตบอลโลก 1978 ที่ฮอลแลนด์ไม่มี โยฮัน ครัฟฟ์ ร่วมทีมมาด้วยนั้น เรนเซมบริงค์ คือพระเอกของงานเลยทีเดียว เมื่อเขาแบกทีมจนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน แต่สุดท้ายก็โดน อาร์เจนตินากระซวกนิ่มๆ บนสถิติ Livescore 7m โชว์สกอร์ 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศอย่างน่าเจ็บปวด

รอย มาคาย

ดาวยิงที่ครบเครื่อง ไปกับบอลได้ดี ยิงได้ทั้งสองเท้า มีลูกโหม่งที่แม่นยำ แถมยังอยู่ถูกที่ถูกเวลาในโลกนี้มันจะมีสักกี่คนกันเชียว แต่ที่แน่ๆนั้น ฮอลแลนด์เคยผลิตกองหน้าหมายเลข 9 รายที่ชื่อว่า รอย มาคาย ออกมาให้แฟนบอลได้รู้จักกันมาแล้ว 1 ราย

กองหน้าตัวเป้าทีมชาติฮอลแลนด์รายนี้ เกิดมาเพื่อยิงประตูอย่างแท้จริง เขาสามารถทำประตูได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกางมุ้งรออยู่ในเขตโทษ แล้วก็รอเพื่อนป้อนบอลเข้ามาให้เพื่อทำประตู หรือจะเป็นการเข้าชาร์จ เข้าฮอร์ส เขาทำได้ดีหมด กระทั่งการเลี้ยงบอลเข้าไปยิงเอง แตะบอลหลบเล็กน้อยเพื่อหามุมจากนั้นก็ซัดเข้าประตูไป เขาเองก็สามารถทำได้ดีมากเช่นกัน จึงเรียกได้ว่า มาคาย คือกองหน้าตัวเป้าที่หายากมากที่จะสามารถพาบอลไปยิงเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเพื่อน

เขายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำกับทุกทีมที่เขาเล่นให้ แต่ว่าการเล่นให้กับ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา ในลีกสเปนนั้นคือจุดพีกของเขาเลย เมื่อเขายิงได้มากจนคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดลาลีกา 2002-03 มาครองได้สำเร็จ แล้วก็ยังระเบิดฟอร์มการเล่นให้กับทีม บาเยิร์น มิวนิค ได้อีกทีมด้วยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ว่าในทีมชาตินั้น เขาเกิดมาในยุคที่มีดาวซัลโวฝีเท้าดีๆหลายคน มันเลยทำให้ มาคาย ไม่ค่อยมีผลงานที่ลงตัวเท่าไหร่นักกับทีมชาติฮอลแลนด์

มาร์โก ฟาน บาสเทน

ไม่พูดถึงนักเตะรายนี้คงไม่ได้ เพราะถ้าให้พูดถึงตำนานกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของฮอลแลนด์ ยังไงๆก็ต้องมีตัวของ “เพชฌฆาตพรายกระซิบ” มาร์โก ฟาน บาสเทน โคตรดาวยิงชาวดัตช์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดรายนี้อยู่ในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เขาเป็นกองหน้าสไตล์เบอร์ 9 ที่ไม่เหมือนใคร เขาเล่นได้ทั้งการกางมุ้งรอบอลจากเพื่อน หรือจะเป็นการลากเลื้อยพาบอลเข้าไปยิงประตูด้วยตัวเองก็ได้ แถมการเลี้ยงบอลของ ฟาน บาสเทน ก็นับว่าติดเท้า พลิ้วไหวสวยงามราวกับนักเต้นบัลเลต์กันเลยทีเดียว

ฟาน บาสเทน คือนักเตะที่ยิงได้ทั้ง 2 เท้า มีลุกโหม่งที่คมกริบ ถนัดในการยิงประตูทั้งจากจังหวะโอเพนเพลย์ และ เซ็ตเพลย์ จะเป็นการทำประตูแบบไหน ด้วยท่ายากหรือง่าย ฟาน บาสเทน จัดการได้หมด แต่มันเสียอย่างเดียวก็คือ เขามักจะพบเจอกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรงบ่อยครั้งจนทำให้เขาหายหน้าไปจากเกมการแข่งขันบ่อยครั้ง

ในฟุตบอลยูโร 1988 ตัวของ ฟาน บาสเทน จัดการคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของการแข่งขันมาครองได้ แถมยังกระหน่ำประตูในนัดชิงชนะเลิศที่เจอกับสหภาพโซเวียตได้ด้วยลูก “ใบไม้ร่วง” สุดโด่งดัง แถมมันยังเป็นการคว้าแชมป์ระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกของทีมชาติฮอลแลนด์อีกด้วย ขาดไม่ได้กับ บัลลงดอร์ เขาคือนักเตะเลือดดัตช์รายที่ 2 ต่อจากตัวของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองได้ถึง 3 สมัย

รุด ฟาน นิสเตลรอย

ขอแค่เพื่อนป้อนมาเถอะ ยังไงก็ยิงได้แน่ ! นี่คือการเล่นในแบบฉบับของ “พี่ม้า” รุด ฟาน นิสเตลรอย กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ระดับตำนานอีกคนหนึ่ง เขามีสถิติการยิงประตูที่ถล่มทลายกับทุกทีมที่เขาค้าแข้งให้ โดยเฉพาะกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เขาสังหารได้เป็นร้อยลูก และยังมีการเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ที่เขาทำผลงานได้ดีจนคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของลาลีกาได้ตั้งแต่ในฤดูกาลแรก แถมยังได้แชมป์ลีก 2 สมัยติดอีกด้วย เขาไม่มีลีลาการเล่นที่พลิ้วอะไรมากนัก เลี้ยงบอลก็ไม่เก่ง เก้ๆกังๆ แต่เขาเป็นกองหน้าจมูกไวที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา คมมากในเขตโทษ ขอแค่บอลมาถึงเท้าของเขาก็พอ เขาพร้อมจัดการเปลี่ยนมันเป็น 1 ประตูให้ทันที

Categories
สาระฟุตบอล

5 นักเตะสืบเชื้อสายเลือด รุ่นสู่รุ่น

หากจะกล่าวถึงการสืบสายเลือด ทุกคนอาจจะหมายถึง หน้าตา รูปร่าง และความสามารถ เป็นต้น ซึ่งความสามารถเป็นส่วนหนึ่ง ของการสืบทอดสายเลือดอย่างแท้จริง นั้นก็รวมไปถึง วงการฟุตบอลด้วย เราอาจจะรู้กันดีกัอยู่แล้ว ว่าอิทธิพลความชอบของคนในครอบครัว ส่งผลโดยตรงต่อคนรุ่นหลังอย่างมาก วันนี้เราจะพาไปดู 5 นักเตะที่ได้รับอิทธิพล และมีความสามารถในวงการฟุตบอลทั้งในประเทศ และนอกประเทศอีกด้วย

ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และ ไพโรจน์ พ่วงจันทร์

คนในอดีตจะทราบกันดีถ้าหากเอ่ยชื่อ ” ไพโรจน์ พ่วงจันทร์ ” ซึ่งอดีตทำหน้าที่เป็นกองหลังให้กับทีมชาติไทยในปี 1992 รายการเอเซียนคัพ อีกทั้งยังเป็ฯนักเตะให้กับสโมสร แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด หรือทหารอากาศอีกด้วย ถึงแม้จะออกจากวงการฟุจบอลมาแล้ว ก็ยังมีคลื่นลูกใหม่ที่สืบสายเลือดโดยตรงอย่าง ” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ” เข้ามาเป็นกองกำลังสำคัญในวงการฟุตบอลไทย ด้วยลีลาการเล่นของพ่อที่ส่งผลให้กับลุกนั้น ทำให้ฐิติพันธ์ ติดอันดับนักเตะที่มีค่าตัวสูงที่สุด ในประเทศไทย ด้วยวิธีการเล่น และการวางแผน ที่หาจากผู้ใดไม่ได้ ทำให้เขาถูกยืมตัวไปเล่นให้ทีมอื่นอยู่บ่อยครั้ง เหตุนี้เองหลายหน่วยจึงอดคิดไม่ได้ว่านี้ เป็นสิ่งที่สืบทอดสายเลือดกันโดยตรง ถึงแม้ว่าจะเป็นสายเลือดที่สืบกันมาก็จริง แต่ก็ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมานับไม่ถ้วน ทั้งแรงกดดัน จากรอบข้าง ทำให้เขาต้องพัฒนา รวมไปถึงการฝึกซ้อมอันหนักหน่วงอยู่ประจำ

อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน และ มาร์ค แชมเบอร์เลน

ในยุค 80 ” มาร์ค แชมเบอร์เลน ” ผู้เป็นพ่อได้เป็นนักเตะชื่อดังของทีมชาติอังกฤษ ในช่วงเวลานั้นมาก่อน และพี่ชายของพ่อหรือจะเรียกว่าลุง อย่าง เนวิลล์ ก็เคยเป็นนักเตะให้กับทีมดังๆอย่าง สโต๊ค ซิตี้ และ พอร์ทเวล ก่อนที่จะเปลี่ยนตัวไปเป็นผู้จัดการทีมให้หลายสโมสร อิทธิพลในวงการฟุตบอล ก็ส่งผลให้ ” อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด ” ผู้เป็นลูกหลงใหลและชื่นชอบตามกันไปด้วย อีกทั้งยังสามารถทำหน้าที่เป็นนักฟุตบอลที่ดีอีก ซึ่งดูได้จากการเป็นแก่นนำหลักให้กับทีมปืนใหญ่ อาเซนอล ปัจจุบันได้ย้ายทีมาเล่นให้สโมสร ลิเวอร์พูล ให้ค่าตัวราวๆ 1600 ล้านบาท ถือได้ว่าตระกูล แชมเบอร์เลน เป็นสายเลือดนักเตะอย่างแท้จริง

แคสเปอร์ ชไมเคิล และ พีเตอร์ ชไมเคิล

ในปี 1992-1993 ไม่มีใครไม่รู้จักผู้รักษาประตูที่แหนียวเหนียวแน่นอย่าง ” พีเตอร์ ชไมเคิล ” ในการรักษาประตูให้กับทีมยักษ์ใหญ่อย่าง สโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสรเลยก็ว่าได้สำหรับคน ๆนี้ โดยผลงานที่เป็นที่น่าประทับใจที่สุดคือ การเป็นกองกำลังสำคัญในฟุตบอลยูโร 1999 ถึงแม้ว่าจะอ่ำลาวงการไปนานแล้ว เขายังสืบทอดเจตนารมณ์ต่อผ่านลูกชาย ” แคสเปอร์ ชไมเคิล ” ที่รับช่วงต่อจากผู้เป็นพ่อ ในตำแหน่งผู้รักษาประตูอีกคนหนึ่ง ด้วยหน้าตา และความสามารถ ในการเล่นเหมือนกับพ่ออย่างกับแกะ ทำให้แฟนบอลต่างชื่นชอบ ว่าเป็นผู้สืบทอดตำนานจริง ผลบอลสด จากฝั่งคู่แข่ง แทบไม่มีประตูเกิดขึ้นบ่อยให้เห็น จากฝีมือควาหนึบของเจ้าตัว ถึงแม้ว่าผู้เล่นลูกจะเป็นผู้รักษาประตูให้ทีมอย่าง เลสเตอร์ซิตี้ ก็ตาม

เอ็นโซ่ ซีดาน

เอ็นโซ่ ซีดาน และ ซีเนดีน ซีดาน นามสกุล ซีดาน

ก็ถือเป็นนามสกุลหนึ่งที่โด่งดังในวงการฟุตบอล เริ่มจาก ” ซีเนดีน ซีดาน ” ผู้เป็นพ่อ ถือได้ว่าเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ที่หลายสโมสรต้องการ ให้เข้าร่วมทีม ด้วยความสามารถในการรุก อย่างหนักแน่นอน และไม่เหมือนใคร ทำให้เป็นนักเตะที่น่ากลัวคนหนึ่งในวงการ ของช่วงเวลานั้น ซึ่งภายหลังจากการลาวงการ ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้น ลูกชายคนโตอย่าง ” เอ็นโซ่ ซีดาน ” ก็ไม่รอช้าในการฝึกฝน และพัฒนาตัวเองให้เหมือนพ่อ จนอายุได้ 20 ปี เขาได้เป็นตัวสำรองให้กับทีม เรอัล มาดริด แต่ด้วยพรสวรร์ที่มี ภายหลังได้เป็นกัปตันทีม และพ่อก็ได้เป็นที่ปรึกษาในกับทีมในช่วงเวลานั้นด้วย

แฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ และ แฟรงก์ ริชาร์ด จอร์จ แลมพาร์ด

ในปี 1967 นักฟุตบอลทีมชาติอังกฤษของสโมสร แวสแฮม ยูไนเต็ด ที่สร้างผลงานไว้มากมายอย่าง ” แฟรงก์ ริชาร์ด จอร์จ แลมพาร์ด ” เล่นเป็ฯตำแหน่งปีกซ้าย ในขณะนั้น ผลงานที่ให้ที่สุดของเขาคงจะเป็น การคว้าแชมป์เอฟเอคัพ ในปี 1981 หลังจากหมดสัญญากับ แวสแฮม ยูไนเต็ด เขาก็ถูกยกย่องให้เป็นนักเตะในตำนานของวงการฟุตบอลเลยทีเดียว หลงัจากนั้นลูกไม้ก็ได้เริ่มก่อตัวชื่อว่า ” แฟรงค์ แลมพาร์ด จูเนียร์ ” ผู้เล่นลูกได้สืบทอดต่อจากพ่อ ในฐานะนักเตะทีมชาติอังกฤษของ สโมสรเชลซี ในปัจจุบัน

Categories
สาระฟุตบอล

5 นักเตะ ที่แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด ยังจดจำมาตลอดกาล

เป็นขวัญใจที่ไม่มีลืมเลือน แมนฯ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นสโมสรที่ดังที่สุดในโลกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็มากล้นที่ไม่มีทีมไหน จะเทียบได้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ปั้นนักเตะจาก “ดินสู่ดาว “ มามากมายหลายคนแล้ว และเป็นที่รักของแฟนบอลมาตลอด นักเตะตำนานและนักเตะปัจจุบัน สร้างความสำเร็จไว้มากมาย ฝากการเล่นสุดเทพ ให้แฟนบอลได้ตราตรึงไว้ในจิตใจ 5 นักเตะ ที่เราจะเสนอ คือนักเตะยอดเยี่ยม แฟนบอลไม่มีวันลืมพวกเขา และ จำได้ตลอดกาลที่เล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด

ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ในยุค 1991 – 1999 

ผู้รักษาประตูอันเป็นที่รักของ แฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด เขาได้ร่วมสร้างความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ไว้มากมาย ได้แก่ พรีเมียร์ลีก 5 สมัย , เอฟเอ คัพ 3 สมัย , ลีก คัพ 1 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย , ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย ถือได้ว่าเป็นหนึ่งนักเตะตำนานที่ทำผลงาน ความสำเร็จได้เยอะแยะมากมายเลยทีเดียว และ เขาได้ลงเล่นให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 292 นัด 8 ซีซั่น และยังเป็นกัปตันทีมในปีสุดท้ายก่อนแขวนสตั๊ด

รอย คีน ในยุค 1993 – 2005 

ตำนานด้วยรุก อย่าง รอย คีน ที่โชว์ลีลายอดเยี่ยมไว้ให้แฟนบอลจดจำ รอย คีน ลงสนามเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งหมด 480 นัด และเป็นกัปตันทีมมา 8 ปีติดต่อกันก่อนจะเป็นตำนาน ผลงานของ รอย คีน คือ พรีเมียร์ลีก 7 สมัย , เอฟเอ คัพ 4 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย นี่ก็คือผลงานทั้งหมดของชายที่ชื่อว่า รอย คีน

เดวิด เบ็คแฮม ในยุค 1992 – 2003

เดวิด เบ็คแฮม ชายคนนี้ไม่ธรรมดา ฉายาของเขาคือ “ เจ้าพ่อเทพบุตรลูกหนัง “ ที่แฟนบอลต่าง หลงไหลในเสน่ห์ลีลาการเล่นของเขา ผลบอลย้อนหลัง ของ เดวิด เบ็คแฮม คือ พรีเมียร์ลีก 6 สมัย , เอฟเอ คัพ 2 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย แน่นอนว่า เดวิด เบ็คแฮม กลายเป็นบุคคลคนที่โด่งดังของโลกอีกคนในตอนนี้ เรียกได้ว่าเป็นนักเตะที่ Hot ตลอดกาล

ไรอัน กิ๊กส์ ในยุค 1990 – 2014

เป็นนักเตะตำนานสายรุก ล่าความสำเร็จอีกคนหนึ่งก็ว่าได้ ไรอัน กิ๊กส์ ยุคนั้นบอกเลยลีลาสุดเทพ ของเขาทำให้แฟนบอลประทับเป็นอย่างมาก ผลงานของเขาที่ร่วมสู้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ พรีเมียร์ลีก 13 สมัย , เอฟเอ คัพ 4 สมัย , ลีก คัพ 3 สมัย , ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 สมัย , ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย , ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 1 สมัย เรียกได้ว่าเป็นนักเตะตำนานที่มีความสำเร็จมากทีาสุดในระดับหนึ่ง 

เวย์น รูนี่ย์ ในยุค 2004 – 2017

เวย์น รูนีย์ นักเตะอีกหนึ่งที่สร้างประวัติศาสตร์ไว้มากมาย เขาได้ร่วมสร้างความสำเร็จกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เวย์ รูนี่ย์ ทำสถิติแซงตำนานดาวยิงอย่าง เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน โดยสังหารทำประตูไป 253 ประตู กลายเป็นดาวซุปโวของแมนฯ ยูไนเต็ดตลอดกาล