Categories
สาระฟุตบอล

อาร์เจนตินา ไม่เคยขาดนักเตะฝีเท้าดี

ลิโอเนล เมสซี่

ทำไมเราถึงกล้าที่จะใส่ตัวของ ลิโอเนล เมสซี่ ให้ติดเข้ามาในลิสต์ด้วย อันที่จริงนั้น เมสซี่บทจะเป็นหน้าต่ำก็ไม่ใช่ จะเป็นหน้าเป้าก็ไม่เชิง ปีกจ๋าเลยก็ไม่ใช่ กองกลางตัวรุกก็ไม่น่าจะเป็น แต่เจ้าตัวนั้นแทบจะวนเวียนไปอยู่ตรงส่วนไหนของสนามก็ได้ในฐานะของตัว “ฟรี” ในแนวรุกมากกว่า
ขนาดว่าเล่นเป็นตัวฟรี แต่ยังยิงประตูได้มากกว่าพวกกองหน้าอาชีพทั่วๆไปเสียอีก มันมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าตัวได้รับบทบาทให้เป็น “ตัวเป้าหลอก” หรือในตำแหน่งฟอลส์ไนน์ที่เล่นอยู่ตรงกลาง เจ้าตัวจะสามารถเลี้ยงบอล จ่ายบอล ยิงประตูด้วยตัวเองได้ทั้งหมด

เราจะเรียกว่าเจ้าตัวเป็นกองหน้าตัวเป้าก็คงจะไม่ถึงขั้นนั้น แต่บทบาทหลายครั้งของเจ้าตัวมันอยู่ในพื้นที่แดนหน้าตรงกลางจริงๆราวกับเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า แต่เขาก็ยังถอยลงต่ำลงมาเชื่อมเกมด้วยตัวเอง แบบนี้จะเรียกว่าตัวฟรีแบบครบเครื่องก็ไม่ผิด แถมสถิติการยิงประตูก็ถล่มทลายจริงๆ ถ้าเราจะไม่ใส่จอมเทคนิคร่างเล็กรายนี้เข้าไปในลิสต์ด้วยก็คงจะดูใจร้ายเกินไปมากเช่นกัน !

เคลาดิโอ คานิกเกีย

จะเรียกว่าเป็นอีก 1 คู่รักของ ดิเอโก้ มาราโดนา ก็ไม่ผิดเพี้ยนเท่าไหร่เลยจริงๆ เพราะกองหน้าผมยาวรูปร่างหน้าตาดีรายนี้ มีจุดที่หลายคนจำกันได้ก็คือ เขาเป็นเพื่อนสนิทกับ มาราโดนา แถมเวลาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำประตูได้ จะต้องมีการจูบปากอย่างดูดดื่มราวกับรักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนเลยทีเดียว

คานิกเกีย เป็นกองหน้าที่มีความเร็ว เลี้ยงบอลติดเท้า มีเทคนิคเฉพาะตัวที่ดี เรื่องการยิงประตูก็หวังผลได้เลย เขาชอบที่จะทำประตูแบบเหนือชั้นมากกว่าจะซัดตูมเต็มหลังเท้า จะเรียกว่าเป็นกองหน้าสายเทคนิคก็ไม่ผิดเพี้ยนนัก อย่างเช่นลูกที่เขารับบอลจากการจ่ายมาให้ของคู่หูอย่าง มาราโดนา หลุดเข้าไปยิงประตูชัยให้กับอาร์เจนตินาในเกมกับบราซิลเมื่อครั้งทำศึกฟุตบอลโลก 1990 คือภาพที่ติดตาแฟนบอลมากที่สุด

โรมาริโอ

โรมาริโอ ชื่อนี้การันตีทั้งความอินดี้ และจำนวนสกอร์ได้เลย เขาคือนักเตะที่มีความสามารถในการเล่นระดับที่ครบเครื่องมากในเรื่องการยิงประตู ขอแค่ว่าเขาได้บอลก็พอ เขาพร้อมจะสร้างความมหัศจรรย์ให้กับทุกคนได้เห็นอย่างแน่นอน เขามีเซนส์บอลในระดับที่เรียกว่าอัจฉริยะเป็นอย่างมาก การทำประตูของเขาเองก็เฉียบคมมากทั้งในเขตโทษและนอกเขตโทษ แต่ถึงกระนั้นแล้วตัวของ โยฮัน ครัฟฟ์ เคยนิยามตัวของ โรมาริโอ เอาไว้ว่า “อัจฉริยะในเขตโทษ”

ทีเด็ดของ โรมาริโอ ที่แฟนบอลจดจำได้เป็นอย่างดีเวลาที่เขาทำประตูได้ก็คือ เขาชอบยิงประตูด้วยสไตล์การยิงแบบจิ้มหัวเกือก หรือที่บ้านเราชอบเรียกว่าลูกฉีดยานั่นเอง เขาเป็นกองหน้ารูปร่างเล็ก แต่ก็คล่องแคล่ว เลี้ยงบอลเก่ง เทคนิคแพรวพราว เป็นตัวจ่ายบอลด้วยก็ได้ เล่นได้ทั้งกองหน้าตัวเป้าและหน้าต่ำ มีความสามารถในการเล่นที่ครบเครื่อง และสำคัญที่สุดคือ เขาเคยคว้าแชมป์โลกร่วมกับทีมชาติบราซิลมาแล้ว

เบเบโต้

ถ้าหากว่าเราพูดถึงตัวของ โรมาริโอ แล้วเราจะไม่พูดถึงนักเตะรายนี้ก็คงไม่ได้ เพราะนี่คืออีก 1 นักเตะที่มีฝีเท้ายอดเยี่ยมมากเช่นกัน เบเบโต้ คือกองหน้าที่มีเทคนิคการเล่นครบเครื่องอีกรายหนึ่ง โดยตามปกติแล้วนั้นตัวของ เบเบโต้ โปรดปรานในการเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำมากกว่า เพราะเขาชอบเลี้ยงบอล จ่ายบอลให้กองหน้าตัวเป้าเข้าทำ แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาโดนจับไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า ซึ่งเขาเองก็มีผลงานที่ดีอย่างมากเช่นกัน

ยามที่เขาเล่นร่วมกับ โรมาริโอ ในนามทีมชาติบราซิล พวกเขาจะเข้าขากันเป็นพิเศษเลยทีเดียว คนหนึ่งคอยปั้นบอลให้เพื่อน อีกคนคอยรับบอลแล้วซัด หรือชงกลับมาให้ยิง มันเลยทำให้ภาพที่ดาวเตะหมายเลข 7 กับ 11 ในแดนหน้าของบราซิล เล่นกันอย่างเข้าขาและทำประตูได้อย่างถล่มทลายนั้นเป็นภาพที่ชินตาแฟนบอลมาก

อาเดรียโน

“จักรพรรดิลูกหนัง” ว่ากันว่าถ้าหากหมดยุคของ โรนัลโด้ นาซาริโอ นักเตะที่พอจะฝากผีฝากไข้ได้ในการเป็นกองหน้าตัวปิดสกอร์ที่ดีที่สุดของบราซิลก็คือตัวของ อาเดรียโน กองหน้าเท้าซ้ายพิฆาตของสโมสร อินเตอร์ มิลาน ในช่วงเวลานั้นเขาคือกองหน้าที่ได้รับการจับตามองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว
ดาวยิงรายนี้ มีเท้าซ้ายที่ยิงบอลได้แรง น่ากลัว ยิ่งถ้าหากว่า อินเตอร์ มิลาน ได้ฟรีคิกและคนยิงเป็นตัวของ อาเดรียโน คนที่เป็นกำแพงฝั่งตรงข้ามก็แทบจะไม่อยากไปยืนเป็นกำแพงเลยจริงๆ เพราะเจ้าตัวยิงได้หนักหน่วงมากในกรณีที่เขายิงไปติดกำแพง

แต่น่าเสียดายที่ตัวของเขา กลับแพ้พิษสุราเรื้อรัง และปัญหาชีวิตมากมายที่กระหน่ำเข้ามาหาเขา มันเลยทำให้ตัวของ อาเดรียโน ไม่สามารถรับมือกับมรสุมชีวิตได้ และจากนั้นมา ชีวิตของ อาเดรียโน ก็ค่อยๆดาวน์ลงจนทำให้แฟนบอลรู้สึกใจหายกับนักเตะที่ครั้งหนึ่งจะเป็นทายาทลูกหนังของ โรนัลโด้ แต่วันนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย

หลุยส์ ฟาเบียโน

นักเตะรายนี้มีความสามารถในการทำประตูที่ยอดเยี่ยม มีความครบเครื่อง เรียกว่าการจะเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีได้นั้น ต้องลองมองดูวิธีการเล่นของ ฟาเบียโน อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิลที่ซึ่งเคยระเบิดฟอร์มการเล่นให้กับทีม เซบีย่า ในลีกสเปนมาแล้ว

สิ่งที่ทำให้ตัวของ ฟาเบียโน ไม่เป็นที่จดจำของแฟนบอลเท่าไหร่ก็คือ ความเป็น “สตาร์” ในตัวของเขานั่นเอง ใช่ ฝีเท้าของฟาเบียโน นับได้เลยว่าเป็นกองหน้าชั้นยอด เป็นตัวทำประตูสไตล์หมายเลข 9 ที่เก่งมากคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่ว่าเขาไม่ค่อยจะเป็นที่ขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์เท่าไหร่ ไม่ค่อยเป็นข่าวในสื่อเพราะเดิมทีไลฟ์สไตล์ของกองหน้ารายนี้ เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยจะมีข่าว ใช้ชีวิตค่อนข้างเงียบ ไม่มีข่าวนอกสนามในทางที่แย่ๆ ก้มหน้าก้มตาทำประตูอย่างเดียวเท่านั้น ในฟุตบอลโลก 2010 เขาคือกองหน้าเบอร์ 9 ของทีมที่มีผลงานการเล่นที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่บราซิลไปไกลแค่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ก่อจะตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายเพราะฮอลแลนด์นั่นเอง

กาเรก้า

ตำนานสามประสาน “มาจิกา” อันโด่งดังของทีม นาโปลี มันมีตัวของ ดิเอโก้ มาราโดนา เป็นตัวทำเกม , ชิโร แฟร์เรรา เป็นแนวรับ และมีตัวของ กาเรก้า ดาวซัลโวทีมชาติบราซิลเป็นตัวทำประตู กาเรก้า เป็นกองหน้าฝีเท้าดีที่มีความสามารถในการทำประตูที่ยอดเยี่ยมจริงๆ เขาได้ลงแข่งขันในฟุตบอลโลก 1986 และ 1990 แต่มันก็ดันเป็นยุคสมัยที่ทีมชาติบราซิลไม่ประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติมากเท่าที่ควร เลยทำให้ กาเรก้า ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่นักในหมู่แฟนบอลบราซิล แต่ถ้าหากว่าเป็นในระดับสโมสร โดยเฉพาะกับ นาโปลี เขาคือยอดกองหน้าขวัญใจแฟนบอลชาวเมืองเนเปิ้ลส์ไม่แพ้ตัวของ มาราโดนา เพื่อนของเขาเลยจริงๆ

ร็อบ เรนเซมบริงค์

ทำไมเราเลือกที่จะไม่พูดถึงตัวของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่เป็นกองหน้าตัวกลาง แต่กลับมาพูดถึงนักเตะรายนี้ เพราะด้วยเหตุผลก็คือ ครัฟฟ์ มีความเป็นเพลย์เมกเกอร์ในตัวด้วยนั่นเอง ดังนั้นแล้ว เราจึงอยากพูดถึงกองหน้าตัวปิดสกอร์รายนี้ที่มีความสามารถสูงอีกคนของวงการฟุตบอลดัตช์และรวมถึงกับทีมชาติฮอลแลนด์ด้วยอีกรายหนึ่ง นั่นก็คือตัวของ ร็อบ เรนเซมบริงค์ ตำนานกองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ผู้ที่เด่นดังมากในช่วงฟุตบอลโลก 1974

เรนเซมบริงค์ เป็นนักเตะสายพลิ้วที่ชอบในการทางกาบซ้ายบ้าง หุบเข้าในมาเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าบ้าง เขาเลี้ยงบอลได้พลิ้ว มีเท้าซ้ายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพอย่างมากในการทำประตู แถมยังมีใบหน้าที่หล่อเหลา ผมยาวสลวยและบางครั้งนั้นก็เกือบจะมีหลายคนจับผิดกับ โยฮัน ครัฟฟ์ เลยทีเดียว เพราะทั้งคู่เล่นในยุคเดียวกัน เป็นตัวทีมชาติฮอลแลนด์ชุดทำศึกฟุตบอลโลก 1974 เหมือนกัน แถมยังเล่นเป็นกองหน้าเหมือนกัน รูปร่างหน้าตาและทรงผมก็ถอดพิมพ์เดียวกันมาเลย

ในสมัยค้าแข้งนั้น เรนเซมบริงค์ ถึงขั้นทะลุเข้าไปถึงการเป็น 3 อันดับสุดท้ายที่ลุ้นคว้ารางวัลบัลลงดอร์มาแล้ว แถมเขายังเป็นตำนานกองหน้าของทีม อันเดอร์เลชต์ อีกด้วย ยิ่งในฟุตบอลโลก 1978 ที่ฮอลแลนด์ไม่มี โยฮัน ครัฟฟ์ ร่วมทีมมาด้วยนั้น เรนเซมบริงค์ คือพระเอกของงานเลยทีเดียว เมื่อเขาแบกทีมจนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน แต่สุดท้ายก็โดน อาร์เจนตินากระซวกนิ่มๆ บนสถิติ Livescore 7m โชว์สกอร์ 3-1 ในรอบชิงชนะเลิศอย่างน่าเจ็บปวด

รอย มาคาย

ดาวยิงที่ครบเครื่อง ไปกับบอลได้ดี ยิงได้ทั้งสองเท้า มีลูกโหม่งที่แม่นยำ แถมยังอยู่ถูกที่ถูกเวลาในโลกนี้มันจะมีสักกี่คนกันเชียว แต่ที่แน่ๆนั้น ฮอลแลนด์เคยผลิตกองหน้าหมายเลข 9 รายที่ชื่อว่า รอย มาคาย ออกมาให้แฟนบอลได้รู้จักกันมาแล้ว 1 ราย

กองหน้าตัวเป้าทีมชาติฮอลแลนด์รายนี้ เกิดมาเพื่อยิงประตูอย่างแท้จริง เขาสามารถทำประตูได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกางมุ้งรออยู่ในเขตโทษ แล้วก็รอเพื่อนป้อนบอลเข้ามาให้เพื่อทำประตู หรือจะเป็นการเข้าชาร์จ เข้าฮอร์ส เขาทำได้ดีหมด กระทั่งการเลี้ยงบอลเข้าไปยิงเอง แตะบอลหลบเล็กน้อยเพื่อหามุมจากนั้นก็ซัดเข้าประตูไป เขาเองก็สามารถทำได้ดีมากเช่นกัน จึงเรียกได้ว่า มาคาย คือกองหน้าตัวเป้าที่หายากมากที่จะสามารถพาบอลไปยิงเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเพื่อน

เขายิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำกับทุกทีมที่เขาเล่นให้ แต่ว่าการเล่นให้กับ เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญา ในลีกสเปนนั้นคือจุดพีกของเขาเลย เมื่อเขายิงได้มากจนคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดลาลีกา 2002-03 มาครองได้สำเร็จ แล้วก็ยังระเบิดฟอร์มการเล่นให้กับทีม บาเยิร์น มิวนิค ได้อีกทีมด้วยเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ว่าในทีมชาตินั้น เขาเกิดมาในยุคที่มีดาวซัลโวฝีเท้าดีๆหลายคน มันเลยทำให้ มาคาย ไม่ค่อยมีผลงานที่ลงตัวเท่าไหร่นักกับทีมชาติฮอลแลนด์

มาร์โก ฟาน บาสเทน

ไม่พูดถึงนักเตะรายนี้คงไม่ได้ เพราะถ้าให้พูดถึงตำนานกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดของฮอลแลนด์ ยังไงๆก็ต้องมีตัวของ “เพชฌฆาตพรายกระซิบ” มาร์โก ฟาน บาสเทน โคตรดาวยิงชาวดัตช์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดรายนี้อยู่ในอันดับต้นๆอย่างแน่นอน เขาเป็นกองหน้าสไตล์เบอร์ 9 ที่ไม่เหมือนใคร เขาเล่นได้ทั้งการกางมุ้งรอบอลจากเพื่อน หรือจะเป็นการลากเลื้อยพาบอลเข้าไปยิงประตูด้วยตัวเองก็ได้ แถมการเลี้ยงบอลของ ฟาน บาสเทน ก็นับว่าติดเท้า พลิ้วไหวสวยงามราวกับนักเต้นบัลเลต์กันเลยทีเดียว

ฟาน บาสเทน คือนักเตะที่ยิงได้ทั้ง 2 เท้า มีลุกโหม่งที่คมกริบ ถนัดในการยิงประตูทั้งจากจังหวะโอเพนเพลย์ และ เซ็ตเพลย์ จะเป็นการทำประตูแบบไหน ด้วยท่ายากหรือง่าย ฟาน บาสเทน จัดการได้หมด แต่มันเสียอย่างเดียวก็คือ เขามักจะพบเจอกับอาการบาดเจ็บที่รุนแรงบ่อยครั้งจนทำให้เขาหายหน้าไปจากเกมการแข่งขันบ่อยครั้ง

ในฟุตบอลยูโร 1988 ตัวของ ฟาน บาสเทน จัดการคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของการแข่งขันมาครองได้ แถมยังกระหน่ำประตูในนัดชิงชนะเลิศที่เจอกับสหภาพโซเวียตได้ด้วยลูก “ใบไม้ร่วง” สุดโด่งดัง แถมมันยังเป็นการคว้าแชมป์ระดับนานาชาติเป็นครั้งแรกของทีมชาติฮอลแลนด์อีกด้วย ขาดไม่ได้กับ บัลลงดอร์ เขาคือนักเตะเลือดดัตช์รายที่ 2 ต่อจากตัวของ โยฮัน ครัฟฟ์ ที่คว้ารางวัลบัลลงดอร์มาครองได้ถึง 3 สมัย

รุด ฟาน นิสเตลรอย

ขอแค่เพื่อนป้อนมาเถอะ ยังไงก็ยิงได้แน่ ! นี่คือการเล่นในแบบฉบับของ “พี่ม้า” รุด ฟาน นิสเตลรอย กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ระดับตำนานอีกคนหนึ่ง เขามีสถิติการยิงประตูที่ถล่มทลายกับทุกทีมที่เขาค้าแข้งให้ โดยเฉพาะกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เขาสังหารได้เป็นร้อยลูก และยังมีการเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ที่เขาทำผลงานได้ดีจนคว้ารางวัลดาวยิงสูงสุดของลาลีกาได้ตั้งแต่ในฤดูกาลแรก แถมยังได้แชมป์ลีก 2 สมัยติดอีกด้วย เขาไม่มีลีลาการเล่นที่พลิ้วอะไรมากนัก เลี้ยงบอลก็ไม่เก่ง เก้ๆกังๆ แต่เขาเป็นกองหน้าจมูกไวที่อยู่ถูกที่ถูกเวลา คมมากในเขตโทษ ขอแค่บอลมาถึงเท้าของเขาก็พอ เขาพร้อมจัดการเปลี่ยนมันเป็น 1 ประตูให้ทันที

Categories
ข่าวบอล

โรนัลดินโญ่ ซูฮก เมสซี่ คู่ควรกับรางวัลทุกๆอย่าง

ลิโอเนล เมสซี่ คว้ารางวัลบัลลงดอร์ สมัยที่ 7 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ในค่ำคืนของวันจันทร์ที่ผ่านมา ด้วยการเอาชนะนักเตะอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, คาริม เบนเซม่า และ จอร์จินโญ่

ในขณะเดียวกันที่ โรนัลดินโญ่ อดีตตำนานลูกหนังของทีมบาร์เซโลน่า และ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง นั้นแสดงความยินดีกับอดีตเพื่อนร่วมทีม หลังการประกาศรางวัลในค่ำคืนที่ผ่านมา

“ยินดีด้วยกับ ลิโอเนล เมสซี่ !!! มันเป็นความสุขอีกครั้งที่ได้เห็นคุณกับรางวัลลูกบอลทองคำอีกครั้งหนึ่ง คุณคู่ควรกับรางวัลทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณ มันเป็นครั้งที่ 7 แล้วและมันเหมาะสมกว่าเดิมใช่ไหม? แสดงความยินดีกับคุณด้วยนะเพื่อน” โรนัลดินโญ่ โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์

ผลงานของ ลิโอเนล เมสซี่ นั้นทำได้ถึง 38 ปะตู กับอีก 14 แอสซิส ในฤดูกาล 2021-2022 พร้อมด้วยการพาทีมบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์โคป้า เดล เรย์ และคว้าแชมป์โคป้า อเมริกา กับทีมชาติอาร์เจนติน่า

Categories
ข่าวบอล

กุน เผยปัดสานเบอร์ 10 ต่อจาก เมสซี่

เซอร์จิโอ อเกวโร่ กองหน้าตัวเก๋าของทีมบาร์เซโลน่า ออกมาเปิดเผยว่าเขาเลือกที่จะปฎิเสธการสานต่อเบอร์เสื้อหมายเลข 10 ต่อจาก ลิโอเนล เมสซี่ ในขณะที่เสื้อตัวนั้นถูกส่งต่อให้กับดาวรุ่งอย่าง อันซู ฟาติ

กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ นั้นย้ายมาจากทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบไม่มีค่าตัวหลังจบฤดูกาล 2020-2021 ซึ่งแต่เริ่มคาดว่าเขาจะย้ายมาเล่นร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ ในถิ่นคัมป์ นู

แต่อย่างไรก็ตาม ลิโอเนล เมสซี่ กลับหมดสัญญาและย้ายไปร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง แบบไร้ค่าตัวเนื่องจากเขาไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับ บาร์ซ่า ได้ “ผมเลือกหมายเลข 19 เพราะว่ามันเป็นเบอร์ที่ยังคงว่างอยู่และผมเองสวมเสื้อเบอร์เสื้อหมายเลขนี้ให้กับทีมชาติด้วยเช่นเดียวกัน” เซอร์จิโอ อเกวโร่ กล่าว
“เหล่าบรรดานักเตะบอกให้ผมสวมเสื้อหมายเลข 10 แต่ว่าผมตอบปฎิเสธ ความเป็นจริงแล้ว เสื้อหมายเลข 10 นั้นดูเหมาะกับดาวรุ่งอย่าง อันซู ฟาติ อย่างมากเลยทีเดียว”

Categories
ข่าวบอล

10 เกมส์ที่ผู้เล่นคนเดียว ตัดสินเกมส์ได้

อังเดร อาชาวินเพียงคนเดียวเคยยิงลิเวอร์พูลถึง 4 ประตู บางครั้งในเกมส์ฟุตบอล บางครั้งก็ต้องอาศัยทีมเวิร์ค และแท็คติ๊ก ต้องอาศัยปัจจัยหลายๆ อย่างในการเอาชนะคู่แข่ง แต่มีเพียงบางแมตช์ที่ตัดสินโดยผู้เล่นเพียงคนเดียว ในบทความนี้เราจะมาดูกันว่ามีนักเตะตัวแสบคนไหนบ้าง ที่ตัดสินผลของเกมส์ด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว

1.หลุยส์ ซัวเรส  พบ นอริชซิตี้

ไม่รู้ว่านอริชซิตี้ไปทำไรให้หลุยส์ ซัวเรส ขุ่นเคือง เพราะกองหน้าชาวอุรุกวัย ยิงทีมนกขมิ้นไป 11 ประตูจาก 5 เกมส์ โดย 4 ใน 11 ประตูมาจากเกมส์ที่แอนด์ฟิลด์ ในเดือนธันวา ปี 2013 ซัวเรสพี่แกเล่นวอลเลย์ครึ่งสนาม ด้วยเท้าซ้ายเสียบเสาอย่างสวยงาม และต่อมาพี่แกเล่นปั่นฟรีคิกในเกมส์เดียวกันอีก เกมส์นั้นซัวเรสกดไป 4 นับว่าเป็นแฮตทริคที่ 3 ที่ยิงใส่นอริชซิตี้ เรียกง่ายๆ ว่าแฟนนกขมิ้นคงเหม็นหน้าซัวเรสไปพักใหญ่

2.ลิโอเนล เมสซี่  พบ อาร์เซน่อล

กองหลังหลายๆ ทีมมักจะเจอฝันร้ายเสมอ เมื่อเจอนักเตะพรสวรรค์สูงอย่างลิโอเนล เมสซี่ แต่ในเกมส์ UCL นัด 2 หลังจากอาร์เซน่อลเสมอ บาร์ซ่า มา 2-2 ในนัดแรก นัดนี้อาร์เซน่อลต้องชนะเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องยากเมื่ออยู่ในแคมป์นู และเมื่อมีนักเตะต่างดาวอย่างเมสซี่ พี่แกดับฝันอาร์เซน่อลในเกมส์ยุโรป ด้วยการกดไป 4 เม็ดในเกมส์เดียว

3.เซอร์จิโอ กุน อเกวโร่ พบ บาเยิร์นมิวนิค

นานๆจะเจอกันที สำหรับน้องใหม่UCL อย่างแมนเชสเตอร์ซิตี้ ณ ตอนนั้น โคจรมาพบแชมป์บุนเดสลีกา บาเยิร์นมิวนิค ของเป๊ป กวาดิโอล่า ซิตี้ต้องการชัยชนะเพื่อจะเข้ารอบ กุน อเกวโร่ ก็จัดให้พี่แกทำได้ 3 ประตู จากโอกาส ยิงเพียง 3 ครั้งเท่านั้น จบเกมส์ด้วยสกอร์ 3-2 และที่สำคัญเป็นแฮตทริกใส่สุดยอดผู้รักษาประตูแห่งยุคอย่าง มานูเอล นอยเยอร์

4.เจอเมน เดโฟ  พบ วีแกน

สำหรับแฮตทริคในโลกของฟุตบอลนั้นเป็นอะไรที่วิเศษ หรือ 4 ประตูของอาชาวินก็สุดจะวิเศษ แต่ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 เดโฟ สมัยอยู่ท็อตแน่มพี่แกเล่นกด ทีมเยือนอย่างวีแกนไป 5 ลูก เกมส์นั้นสเปอร์ถล่มไป 9-1 ยิงกันแบบไม่เกรงอกเกรงใจกันเลย ส่งผลให้เดโฟ เป็นผู้เล่นคนที่ 3 ของพรีเมียร์ลีกที่ยิงได้ 5 ประตูในเกมเดียวต่อจาก อลันเชียร์เรอร์ และแอนดี้ โคล

5.ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ พบ แบล็คเบิร์นโรเวอร์

เกือบ 1 ปี ที่หลังจากเดโฟ เป็นผู้เล่นคนที่ 3 ที่ยิงไป 5 ประตูในเกมส์เดียว เบอร์บาตอฟก็เริ่มเอาอย่าง ในเกมส์ที่แมนยูไนเต็ดถล่ม แบล็คเบิร์นไป 7-1  โดยกองหน้าบัลแกเรียสกอร์ฝืดมา 10 นัด ยิงไม่ได้สักประตู ไม่รู้แกเก็บกดมาจากไหน เบอร์บาตอฟก็ถูกบันทึกให้เป็น 1 ในผู้เล่น ที่ยิง 5 ประตูในเกมส์เดียวจนได้

6.อังเดร อาชาวิน พบ ลิเวอร์พูล

อาชาวินย้ายมาอาร์เซน่อลไม่นานนัก พี่แกก็โชว์ของให้เหล่ากูนเนอร์ดูเป็นขวัญตาทันที เมษายน 2009 ที่แอนด์ฟิลด์ เกมส์นั้นจบด้วย สกอร์ 4-4 โดยสกอร์ฝั่งอาร์เซน่อล เกิดจากเพลย์เมกเกอร์ชาวรัสเซียเพียงคนเดียว จากการแอสซิสของฟาเบรกัส หลังจากที่อาชาวินกดเม็ดที่ 4 พี่แกก็ฉลองประตูด้วยชูมือ 4 นิ้ว และทำท่าจุ๊ปาก ทำเอาเหล่าเดอะค็อปเงียบกริบ ถ้าเกมส์นั้นเป็นชัยชนะของอาร์เซน่อล อาชาวินน่าจะหล่อกว่านี้นะ

7.ลิโอเนล เมสซี่ พบ บาเยอร์ เลเวอร์คูเซ่น

คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะเห็นชื่อเมสซี่อีกครั้ง เพราะพี่แกคือจอมทำลายสถิติ และสร้างสถิตใหม่ๆ เสมอ โดยในเดือนมีนาคมปี 2012 ในเกมส์ UCL เมสซี่เป็นนักเตะคนแรกในเกมส์ยุโรป ที่ยิงเกมส์เดียว 5 ประตู  โดยผลรวมสกอร์ทั้ง 2 นัดบาร์ซ่า อัดถั่วดำเลเวอร์คูเซ่น ไป 10-2 ด้วยกัน

8.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี พบ เรอัล มาดริด

ก่อนที่เลวานดอฟกี้ จะย้ายมาบาเยิร์น มิวนิคของเป็ป เลวานดอฟสกีได้ถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาตร์ของดอร์ทมุนด์ ในเกมส์ UCL ปี 2012/13 ที่พบเรอัล มาดริด กองหน้าชาวโปแลนด์ ได้สร้างปรากฏการที่ทั้งโลกต้องทึ่งในฝีเท้าของเขา ด้วยการกดเรอัล มาดริดไปถึง 4 ประตู โดยเรอัล มาดริดในเกมส์ยุโรปไม่เคยโดนนักเตะคนไหนยิงพวกเขาได้ถึง 4 ประตูในเกมส์เดียวและจากนักเตะคนเดียว

9.โรนัลโด้ พบ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

เกมส์เลกแรก มาดริดชนะ ยูไนเต็ดมาก่อน 3-1 โดยเกมส์ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ทีมของเซอร์อเล็กเฟอร์กูสัน ยังพอมีความหวังที่จะเข้ารอบได้ แต่ก็นั้นแหละ กองหน้าที่ดีที่สุดในโลกยุคนั้นอย่างโรนัลโด้ พี่แกจัดแฮตทริค ไปเบาๆ ถึงโรงละครแห่งความฝันต่อหน้าแฟนๆ ผี ถึงแม้เกมส์นั้นยูไนเต็ดจะชนะก็ตามที แต่ก็ไม่เพียงพอผลรวมสกอร์ จบด้วย 6-4 นับเป็นเกียรติของโรนัลโด้สุดๆ  เพราะเหล่าเรดอาร์มี่ในสนามต่างยืนปรบมือให้กับความเก่งกาจของกองหน้าชาวบราซิลเลี่ยน

โรนัลดิญโญ่ พบ เรอัล มาดริด

10.โรนัลดิญโญ่ พบ เรอัล มาดริด

19 พฤศจิกายน ปี 2005 นอกจากชัยชนะเหนือเรอัลมาดริด ในเกมส์เอล คลาสิคโก้ แล้วสิ่งที่น่าภูมิใจมากๆของบาร์เซโลน่าก็คือ เหล่าแฟนมาดริดนิสต้า ต่างยืนปรบมือชื่นชมในฝีเท้าอันมหัศจรรย์ของโรนัลดิญโญ่ โดยโรนัลดิญโญ่เป็นเพียงนักเตะคนที่ 2 ของบาร์เซโลน่า ที่ได้รับความชื่นชมจากแฟนๆ เรอัลมาดริด โดยคนก่อนหน้านั้นก็คือ เสือเตี้ยดิเอโก้ มาราดอนน่า นั้นเองเกมส์นั้น โรนัลดิญโญ่กดไป 2 ลูก จบเกมส์ 3-0